วิธีตั้ง Stop Loss และ Take Profit อย่างมีหลักการ
เรียนรู้วิธีวาง Stop Loss และ Take Profit จากโครงสร้างราคาและอัตราส่วน Risk Reward ที่เหมาะสม
Stop Loss และ Take Profit คือสองเครื่องมือที่เปลี่ยนการเทรดจากเรื่องของอารมณ์ให้กลายเป็นแผนที่มีตัวเลขชัดเจน
บทความนี้จะสอนวิธีวางจุดทั้งสองอย่างให้สอดคล้องกับโครงสร้างราคาและความเสี่ยงที่รับได้
ทำไมต้องตั้ง Stop Loss และ Take Profit
Stop Loss จำกัดความเสียหายสูงสุดของแต่ละออเดอร์ ส่วน Take Profit ช่วยล็อกกำไรตามแผนโดยไม่ต้องตัดสินใจด้วยความโลภ
ตัวอย่างที่เห็นผลชัดคือพอร์ต 1,000 ดอลลาร์ เปิด 0.10 Lot EURUSD พร้อม Stop Loss 20 Pip ความเสียหายสูงสุดคือ 20 ดอลลาร์ หรือ 2% ของพอร์ต แต่ถ้าไม่มี Stop Loss แล้วราคาวิ่งสวน 150 Pip ในคืนเดียว ขาดทุนจะกลายเป็น 150 ดอลลาร์ หรือ 15% และอาจถึงขั้น Margin Call ก่อนที่คุณจะตื่นมาดูจอ
วิธีวางจุด Stop Loss และ Take Profit
วาง Stop Loss ไว้หลังแนวรับหรือแนวต้านที่สำคัญ ไม่ใช่ระยะห่างเท่ากันทุกออเดอร์ และวาง Take Profit ให้สอดคล้องกับอัตราส่วน Risk Reward
- Stop Loss ควรอยู่หลังจุดที่โครงสร้างราคาจะบอกว่าเราเข้าใจผิด
- ไม่ตั้ง Stop Loss ชิดเกินไปจนถูกตัดด้วยความผันผวนปกติ
- Take Profit ควรอ้างอิงแนวต้านแนวรับถัดไป
- กำหนดอัตราส่วน Risk Reward อย่างน้อย 1:2
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
การเลื่อน Stop Loss ให้ห่างออกไปเมื่อราคาสวนทาง เป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้ขาดทุนลุกลามและควบคุมไม่ได้
- ไม่ตั้ง Stop Loss แล้วปล่อยออเดอร์ลอยตัว
- เลื่อน Stop Loss หนีความจริง
- ตั้ง Take Profit ไกลเกินจริงจนราคาไปไม่ถึง
