ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
จากแผนสู่การเปิดออเดอร์จริง

วิธีเทรด Forex

เรียนรู้วิธีเทรด Forex ตั้งแต่เลือกคู่เงินและวิเคราะห์ตลาด ไปจนถึงการเลือกประเภทคำสั่ง เปิดออเดอร์ ปิดสถานะ และอ่านต้นทุนการเทรดอย่าง Spread กับสลิปเพจ

เรียนจบหมวดนี้แล้วจะทำอะไรได้

ทักษะที่ได้จากการอ่านบทความในหมวดนี้ พร้อมลิงก์ไปบทที่เกี่ยวข้อง

ลำดับการทำงาน

6 ขั้นตอน ตั้งแต่เปิดแผนจนปิดออเดอร์

ทุกไม้ควรไหลตามลำดับนี้ ถ้าขั้นใดขั้นหนึ่งยังตอบไม่ได้ ให้หยุดแล้วกลับไปทำขั้นนั้นก่อน ดีกว่าฝืนกดออเดอร์แล้วมาแก้ทีหลัง

เรียงตามลำดับการทำงานจริง

01

เลือกคู่เงินและไทม์เฟรม

เริ่มจากคู่เงินที่สภาพคล่องสูงอย่าง EUR/USD แล้วเลือกไทม์เฟรมให้ตรงกับเวลาที่คุณมีจริง อย่ากระโดดไปมาหลายคู่ในสัปดาห์เดียว

02

กำหนดจุดเข้าและจุดตัดขาดทุน

วางแนวรับแนวต้านก่อน แล้วค่อยกำหนดระยะ Stop Loss จากโครงสร้างราคาจริง ไม่ใช่ตัวเลขกลม ๆ ที่รู้สึกว่าสวย

03

เช็กต้นทุนก่อนกด

ดู Spread ปัจจุบันในช่วงเวลานั้น และเปิดปฏิทินข่าว ถ้าต้นทุนสูงเกินกว่าที่แผนรับได้ ให้ข้ามไม้นั้นแทนที่จะฝืนเข้า

04

เลือกประเภทคำสั่งให้ตรงแผน

Market เมื่อต้องเข้าทันที Limit เมื่อรอราคาย้อน Stop เมื่อรอราคาเบรก ถ้าตั้งผิดฝั่ง แพลตฟอร์มจะปฏิเสธคำสั่งทันที

05

เปิดออเดอร์พร้อม SL / TP

กรอกขนาดล็อตตามที่คำนวณไว้ ตั้ง Stop Loss และ Take Profit ในหน้าต่างคำสั่งเดียวกัน แล้วตรวจตัวเลขอีกครั้งก่อนยืนยัน

06

ปิดออเดอร์ตามแผน

ปิดเต็มจำนวนเมื่อถึงเป้าหรือจุดตัดขาดทุน หรือทยอยปิดบางส่วนตามสัดส่วนที่เขียนไว้ตั้งแต่ก่อนเปิด ไม่ใช่ตามอารมณ์

ประเภทคำสั่ง

จะเข้าตลาดด้วยคำสั่งแบบไหน

การเลือกคำสั่งคือการเลือกว่าจะเข้าตอนนี้ หรือรอราคามาถึงจุดที่ต้องการก่อน ซึ่งส่งผลต่อราคาที่ได้และวินัยในการเทรด

Market Order

เข้าทันทีที่ราคาปัจจุบัน

สัญญาณเกิดตรงหน้าพอดี และคุณต้องการอยู่ในตลาดเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องการรอราคา

ราคาที่คำสั่งจะถูกจับคู่

จับคู่ที่ราคาตลาด ณ วินาทีที่กดยืนยัน

ข้อดีที่ได้

  • จับคู่ทันที ไม่มีคำสั่งค้าง
  • เหมาะกับคนที่ดูกราฟสดและตัดสินใจเร็ว

ต้องระวัง

  • มีโอกาสเจอสลิปเพจตอนราคาเคลื่อนเร็ว
  • ราคาที่ได้อาจต่างจากตัวเลขที่เห็นบนจอ
ต้นทุนการเทรด

เงินที่หายไปก่อนราคาจะเดิน

ทุกออเดอร์มีต้นทุนที่ถูกหักทันทีและระหว่างทาง รู้ว่ามันมาจากไหน จะได้ไม่ตกใจตอนเห็นตัวเลขติดลบทันทีหลังกด

Spread

ส่วนต่างราคา Bid–Ask ที่ถูกหักทันทีที่เปิดออเดอร์

ช่วงเปิดตลาดวันจันทร์และตอนข่าวใหญ่อาจกว้างขึ้น 2–5 เท่า คู่เงินรองที่สภาพคล่องน้อยก็กว้างกว่าคู่หลักเสมอ

EUR/USD 0.8 pip ≈ 8 USD ต่อ 1 ล็อต

Commission

ค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ คิดต่อล็อตต่อรอบการเปิด-ปิด

บัญชี Standard มักรวมต้นทุนนี้ไว้ใน Spread แล้วจึงไม่คิดแยก ส่วนบัญชี ECN คิดเป็นรายล็อตทุกครั้งที่เปิดและปิด

บัญชี ECN ประมาณ 7 USD ต่อล็อตไป-กลับ

Swap

ค่าถือสถานะข้ามคืน บวกหรือลบตามส่วนต่างดอกเบี้ยของสองสกุล

คืนวันพุธคิด 3 เท่า เพราะชดเชยวันเสาร์–อาทิตย์ที่ตลาดปิด ดูอัตราของแต่ละคู่ได้ที่สเปกสัญญา (Contract Specifications) ในแพลตฟอร์ม

ถือข้ามคืนอาจได้หรือจ่ายราว 0.5–3 USD ต่อล็อต

Slippage

ราคาที่จับคู่ได้ต่างจากราคาที่เห็นตอนกดคำสั่ง

เกิดง่ายที่สุดตอนข่าวเศรษฐกิจใหญ่และตอนตลาดเปิดวันจันทร์ ช่วงนั้นแม้แต่ Stop Loss ก็อาจถูกจับคู่ผิดจากที่ตั้งไว้

ช่วงข่าวสำคัญอาจต่างกัน 1–3 pip

ต้นทุนรวมต่อ 1 ล็อต (เปิด-ปิดหนึ่งรอบ)

คู่เงินเดียวกัน เทียบบัญชี Standard กับ ECN · USD/JPY อ้างอิง ≈ 150

คู่เงินบัญชี Standardบัญชี ECN
Spreadต้นทุนรวมSpreadคอมมิชชันต้นทุนรวม
EUR/USD0.8 pip≈ 8 USD0.2 pip7 USD≈ 9 USD
GBP/USD1.2 pip≈ 12 USD0.4 pip7 USD≈ 11 USD
USD/JPY1.0 pip≈ 6.8 USD0.2 pip7 USD≈ 8.4 USD
XAU/USD0.25 USD≈ 25 USD0.12 USD7 USD≈ 19 USD

ลองคำนวณออเดอร์ของคุณ

ใช้ตัวเลขชุดเดียวกับตาราง · ยังไม่รวม Swap และ Slippage

คู่เงิน

ประเภทบัญชี

lot

บัญชี Standard คิดต้นทุนทั้งหมดไว้ใน Spread แล้ว ไม่มีค่าคอมมิชชันแยก

ต้นทุนออเดอร์นี้ (ไป-กลับ)

8.00USD

Spread
8.00 USD
คอมมิชชัน
0.00 USD

1.00 lot · ต้นทุนต่อล็อต 8.00 USD

สองบัญชีมีต้นทุนรวมต่อล็อตต่างกันไม่มาก ส่วนต่างจริงอยู่ที่คุณภาพการจับคู่และความเร็ว ถ้าถือออเดอร์สั้น ๆ ค่าคอมมิชชันแบบ ECN จะกินกำไรหนักกว่าที่คิด ตัวเลขทั้งหมดเป็นเพียงตัวอย่าง ต้นทุนจริงขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ ประเภทบัญชี และสภาพคล่องในแต่ละช่วงเวลา

ต้นทุนเดิม แต่กินกำไรต่างกัน

สมมติ Spread 0.8 pip คงที่ ยิ่งตั้งเป้าไกล ต้นทุนยิ่งกินสัดส่วนน้อยลง

EUR/USD · 1 ล็อต
  • ไม้สั้น 5 pip

    เป้า 5 pip · ต้นทุน 0.8 pip

    16%

    ทุก 6 ไม้ที่ชนะ จะมี 1 ไม้ที่กำไรหายไปกับต้นทุนก่อนราคาจะเดินถึงเป้า

  • ไม้ระหว่างวัน 20 pip

    เป้า 20 pip · ต้นทุน 0.8 pip

    4%

    ต้นทุนเดิม แต่เป้าไกลขึ้น 4 เท่า สัดส่วนที่ถูกกินจึงเหลือไม่ถึงหนึ่งในสี่

  • ถือหลายวัน 60 pip

    เป้า 60 pip · ต้นทุน 0.8 pip

    1.3%

    ถือข้ามคืนจะเริ่มมี Swap เข้ามาแทน แต่ Spread แทบไม่มีผลกับผลลัพธ์แล้ว

เช็ก Spread จริงก่อนกด: เปิดหน้าต่าง Market Watch แล้วดูผลต่างระหว่าง Bid กับ Ask หรือเปิดหน้าต่าง New Order ที่จะขึ้นต้นทุนจริงก่อนยืนยัน ถ้าตัวเลขกว้างกว่าปกติหลายเท่า ให้ข้ามไม้นั้นไปก่อน

คำนวณก่อนกด

ขนาดล็อตคำนวณจากความเสี่ยง ไม่ใช่จากความมั่นใจ

ลองใส่ตัวเลขของพอร์ตคุณดู แล้วจะเห็นว่าขนาดล็อตที่ปลอดภัยมักเล็กกว่าที่คิดไว้มาก

ข้อมูลของออเดอร์นี้

USD
%
pip
USD

สูตรที่ใช้

ล็อต = (เงินทุน × %ความเสี่ยง) ÷ (ระยะ Stop Loss × มูลค่าต่อ pip)

ค่ามูลค่าต่อ pip ตัวอย่างใช้ 10 USD ซึ่งเป็นค่าของ EUR/USD ที่ 1 standard lot

ผลลัพธ์

ขนาดล็อตที่ควรใช้

0.08lot

เงินที่ยอมเสี่ยง
20.00 USD
ขาดทุนจริงถ้าโดน SL
-20.00 USD
กำไรที่เป้า 1 : 2Risk / Reward
+40.00 USD

ถ้าผลลัพธ์ออกมาไม่ถึง 0.01 lot แปลว่าพอร์ตยังเล็กเกินไปสำหรับระยะ Stop Loss นี้ ให้ลดความเสี่ยงหรือหาระยะที่แคบลง

เวลาเทรด

ช่วงเวลาไหนตลาดลื่นไหล และช่วงไหนควรหลบ

สภาพคล่องไม่เท่ากันตลอดวัน ช่วงที่ตลาดใหญ่คาบเกี่ยวกัน Spread จะแคบที่สุด ส่วนช่วงตลาดปิดราคาอาจกระโดดข้าม Stop Loss ได้

เวลาไทย (GMT+7)

โตเกียวลอนดอนนิวยอร์ก
00:0006:0012:0018:0024:00

โตเกียว07:00 – 16:00

JPY · AUD · NZD

ช่วงเช้าตลาดเอเชีย สภาพคล่องปานกลาง เหมาะกับคู่เงินเยน

ลอนดอน14:00 – 23:00

EUR · GBP · CHF

ปริมาณซื้อขายมากที่สุดของวัน Spread ของคู่เงินหลักมักแคบที่สุด

นิวยอร์ก19:30 – 04:30

USD · XAU · ดัชนี

ช่วงข่าวเศรษฐกิจสหรัฐฯ ราคาแกว่งแรงและสลิปเพจเกิดง่าย

ช่วง 19:30–23:00 ที่ลอนดอนกับนิวยอร์กเปิดพร้อมกัน คือช่วงที่ Spread แคบและคำสั่งลื่นไหลที่สุด

ช่วงคาบเกี่ยว
ผิดพลาดบ่อย

6 จุดที่คนเพิ่งเริ่มมักพลาดตอนกดออเดอร์

ส่วนใหญ่ไม่ได้ผิดเพราะวิเคราะห์ผิด แต่ผิดเพราะขั้นตอนตอนกดกับตอนปิด ไม่มีวินัยพอ

01

ไล่ราคาด้วย Market Order

อาการ

เห็นราคาวิ่งแรงแล้วกดเข้าทันที ผลคือได้ราคาแย่กว่าที่วางแผนไว้

ถ้าแผนไม่ได้บอกให้เข้าตรงนั้น ให้ใช้ Limit รอราคาย้อน หรือปล่อยไม้นี้ไป

02

ไม่ตั้ง Stop Loss เพราะกลัวโดนตัด

อาการ

ขาดทุนลอยตัวค้างในพอร์ตจนต้องเติมเงินหรือปิดด้วยขาดทุนก้อนใหญ่

ตั้ง Stop Loss ทุกครั้งพร้อมกับตอนเปิดออเดอร์ ไม่ใช่ค่อยมาคิดทีหลัง

03

ล็อตใหญ่กว่าที่คำนวณไว้

อาการ

มั่นใจมากเป็นพิเศษแล้วเพิ่มล็อตเอง ผลคือขาดทุนหนึ่งไม้กินหลายวัน

ยึดขนาดล็อตจากความเสี่ยงต่อออเดอร์ ไม่ปรับตามความมั่นใจ

04

เปิดหลายออเดอร์ทิศเดียวกัน

อาการ

Buy EUR/USD, GBP/USD และ XAU/USD พร้อมกัน ความเสี่ยงจริงจึงทับกันหลายเท่า

รวมความเสี่ยงของออเดอร์ที่สัมพันธ์กันเป็นก้อนเดียว ไม่เกินเพดานต่อวัน

05

เทรดช่วงข่าวใหญ่โดยไม่ดูปฏิทิน

อาการ

Spread กว้างขึ้นหลายเท่าและราคากระโดดข้าม Stop Loss ในวินาทีเดียว

เช็กปฏิทินเศรษฐกิจก่อนเปิดออเดอร์ และเว้นช่วง 15–30 นาทีรอบข่าวสำคัญ

06

ปิดออเดอร์ก่อนถึงแผนเพราะกลัวกำไรหาย

อาการ

กำไรเล็ก ๆ สะสมไม่พอชดเชยขาดทุนเต็มจำนวนตอนที่แพ้

เขียนจุดปิดไว้ล่วงหน้า หรือใช้ Partial Close แทนการปิดทั้งหมดด้วยความกลัว

เช็กลิสต์

ติ๊กให้ครบก่อนกดปุ่ม Buy หรือ Sell

ถ้ามีข้อไหนยังตอบไม่ได้ ให้ถือว่ายังไม่พร้อมเปิดออเดอร์ ดีกว่ากดแล้วมานั่งลุ้นทีหลัง

ความพร้อมของไม้นี้

0/ 7 ข้อ

0% พร้อมเปิดออเดอร์

ยังเหลืออีก 7 ข้อ ห้ามกดออเดอร์จนกว่าจะตอบครบ

เลือกโบรกเกอร์

เลือกโบรกเกอร์ Forex ก่อนเริ่มเทรด

เปรียบเทียบข้อมูลบัญชี แพลตฟอร์มการเทรด ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจเปิดบัญชี

เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

ตัวเลขในหน้านี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากเว็บไซต์ทางการของแต่ละโบรกเกอร์ ช่องที่ขึ้นว่า รอยืนยัน จะถูกเติมให้ครบหลังตรวจสอบกับเอกสารของโบรกเกอร์แล้ว ระหว่างนี้ใช้เป็นโครงเพื่อเทียบหัวข้อที่ต้องถามก่อนสมัคร

ตัวกรองเปรียบเทียบ

แสดง 3 จากทั้งหมด 3 โบรกเกอร์

เลือกสิ่งที่คุณต้องใช้ก่อน แล้วดูว่าโบรกเกอร์ใดตรงเงื่อนไขบ้าง

แพลตฟอร์มการเทรด
รูปแบบต้นทุน
XM logo

XM

ชื่อที่มือใหม่มักเจอตอนเริ่มหาข้อมูล

รอยืนยัน

XM เป็นชื่อที่คนเริ่มเทรดมักเจอตอนหาคู่มือและเปิดบัญชีทดลอง สิ่งที่ควรถามให้ชัดก่อนสมัครคือบัญชีของคุณจะถูกเปิดภายใต้นิติบุคคลใดในภูมิภาคของคุณ เพราะเงื่อนไขบัญชีและหน่วยงานกำกับดูแลอาจไม่เหมือนกันในแต่ละประเทศ

แพลตฟอร์ม
MT4 · MT5
ประเภทบัญชี
บัญชีมาตรฐาน และบัญชีที่คิดค่าคอมมิชชัน
ต้นทุนการเทรด
สเปรดและค่าถือสถานะข้ามคืน (รอยืนยันตัวเลข)
ฝาก–ถอน
ธนาคารในประเทศ · e-wallet (รอยืนยันช่องทาง)
Exness logo

Exness

จุดเด่นอยู่ที่การแยกต้นทุนให้เห็นชัด

รอยืนยัน

Exness แยกประเภทบัญชีตามลักษณะต้นทุน คือบัญชีที่รวมค่าใช้จ่ายไว้ในสเปรด และบัญชีแบบ Raw Spread ที่คิดค่าคอมมิชชันต่อล็อตแยกออกมา ทำให้เปรียบเทียบต้นทุนต่อไม้ได้ตรงไปตรงมา แต่ต้องบวกทั้งสองส่วนเข้าด้วยกันทุกครั้ง

แพลตฟอร์ม
MT4 · MT5 · Exness Terminal
ประเภทบัญชี
Standard · Raw Spread
ต้นทุนการเทรด
ค่าคอมมิชชันต่อล็อต + สเปรด (รอยืนยันตัวเลข)
ฝาก–ถอน
หลายช่องทาง · ประมวลผลอัตโนมัติ (รอยืนยัน)
FxPro logo

FxPro

เน้นการเลือกเครื่องมือเทรดให้ตรงสไตล์

รอยืนยัน

FxPro ให้ความสำคัญกับเครื่องมือเทรดหลายรูปแบบ ทั้ง MT4, MT5 และแพลตฟอร์มของตัวเอง เหมาะกับคนที่อยากเทียบหน้าจอก่อนเลือกใช้เป็นหลัก แต่ค่าธรรมเนียมบางรายการไม่ได้อยู่ในหน้าแรก ต้องเข้าไปเปิดตารางค่าธรรมเนียมเอง

แพลตฟอร์ม
MT4 · MT5 · FxPro Platform
ประเภทบัญชี
Standard · บัญชีที่คิดค่าคอมมิชชัน
ต้นทุนการเทรด
สเปรด + ค่าถือสถานะข้ามคืน (รอยืนยันตัวเลข)
ฝาก–ถอน
บัตร · e-wallet (รอยืนยันรายละเอียด)

การเปิดเผยความสัมพันธ์ทางการตลาด

หน้าเว็บนี้อาจมีลิงก์พันธมิตร (affiliate) ซึ่งหมายความว่าเว็บไซต์อาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อผู้อ่านสมัครหรือเปิดบัญชีผ่านลิงก์เหล่านั้น ค่าตอบแทนดังกล่าวไม่มีผลต่อหัวข้อและเนื้อหาที่เราเลือกนำเสนอ และไม่มีผลต่อต้นทุนที่ผู้อ่านจ่ายให้โบรกเกอร์โดยตรง

ข้อควรระวังก่อนเปิดบัญชี

การเทรด Forex และผลิตภัณฑ์ที่มีเลเวอเรจมีความเสี่ยงสูง ผู้อ่านอาจสูญเสียเงินมากกว่าที่วางแผนไว้ และไม่ควรใช้เงินที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันในการเทรด ก่อนโอนเงินควรตรวจสอบชื่อนิติบุคคลผู้ให้บริการ หน่วยงานกำกับดูแล เลขใบอนุญาต เงื่อนไขบัญชี และค่าธรรมเนียมทั้งหมดด้วยตัวเอง เนื้อหาในหน้านี้จัดทำเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

รายละเอียด

ข้อมูลแต่ละโบรกเกอร์อย่างละเอียด

อ่านทีละหัวข้อแล้วเทียบกับเงื่อนไขของประเทศคุณเอง เพราะโบรกเกอร์เดียวกันอาจให้บริการผ่านคนละนิติบุคคลในแต่ละภูมิภาค

XM logo

XM

ชื่อที่มือใหม่มักเจอตอนเริ่มหาข้อมูล

กลับไปตารางเปรียบเทียบ

ภาพรวมแบรนด์

XM ถูกพูดถึงบ่อยในกลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มเทรด เพราะมีเนื้อหาประกอบการเรียนและบัญชีทดลองให้ฝึกวางแผนก่อนใช้เงินจริง ตัวเว็บไซต์มีหลายภาษา ทำให้อ่านเงื่อนไขเบื้องต้นได้ง่ายขึ้นในระดับหนึ่ง

แต่สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือชื่อแบรนด์เดียวกันอาจให้บริการผ่านคนละนิติบุคคลในแต่ละภูมิภาค เงื่อนไขบัญชี ขนาดล็อตขั้นต่ำ และช่องทางฝากถอนจึงไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ก่อนโอนเงินควรเปิดหน้าเงื่อนไขของประเทศคุณเองแล้วอ่านให้จบ

นิติบุคคลและหน่วยงานกำกับดูแล

รอยืนยัน

รอยืนยัน — ต้องเปิดหน้าด้านล่างของเว็บไซต์ทางการเพื่อดูชื่อนิติบุคคลที่คุณจะเปิดบัญชีด้วย ประเทศที่จดทะเบียน และเลขใบอนุญาต แล้วนำเลขนั้นไปค้นในทะเบียนของหน่วยงานกำกับดูแลอีกครั้ง

  • ชื่อนิติบุคคลที่ระบุบนสัญญาเปิดบัญชี
  • ประเทศที่จดทะเบียนและหน่วยงานที่กำกับดูแล
  • เลขใบอนุญาตที่ค้นหาได้ในทะเบียนของหน่วยงานนั้น
  • ที่อยู่ติดต่อและช่องทางยื่นเรื่องร้องเรียน

ประเภทบัญชี

รอยืนยัน
หน้าเว็บของ XM แยกบัญชีออกเป็นหลายระดับ ตั้งแต่บัญชีที่รวมต้นทุนไว้ในสเปรดไปจนถึงบัญชีที่คิดค่าคอมมิชชันแยก ตัวเลขเงินฝากขั้นต่ำ ขนาดล็อตขั้นต่ำ และเลเวอเรจสูงสุดให้ยึดจากหน้าสเปกบัญชีของภูมิภาคคุณ — รอยืนยันก่อนสมัคร

แพลตฟอร์มการเทรด

รอยืนยัน
MT4 และ MT5 ทั้งบนเดสก์ท็อปและแอปมือถือ — รอยืนยันอีกครั้งว่าบัญชีที่คุณเลือกใช้ได้กับแพลตฟอร์มใดบ้าง และมีเครื่องมือจัดการความเสี่ยงครบตามที่ต้องการหรือไม่

สเปรด ค่าคอมมิชชัน และค่าธรรมเนียม

รอยืนยัน
ต้นทุนหลักคือสเปรดและค่าถือสถานะข้ามคืน ส่วนบัญชีแบบคิดค่าคอมมิชชันจะแยกค่ารายล็อตออกมาให้เห็นชัด ตัวเลขสเปรดที่ควรใช้ตัดสินใจคือค่าที่เห็นในแพลตฟอร์มตอนตลาดเปิด ไม่ใช่ตัวเลขในโฆษณา — รอยืนยันอัตราจริง

การฝากและถอนเงิน

รอยืนยัน
รองรับการโอนผ่านธนาคารและกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์หลายเจ้า เวลาดำเนินการขึ้นกับธนาคารต้นทางเป็นหลัก — รอยืนยันช่องทางที่ใช้ได้จริงในประเทศคุณ ค่าธรรมเนียม และยอดถอนขั้นต่ำ

เงื่อนไขที่ควรระวัง

  • อ่านเงื่อนไขของสิทธิ์ส่งเสริมการขายและข้อผูกพันการเทรดให้จบก่อนรับสิทธิ์ใด ๆ
  • ตรวจว่าบัญชีของคุณอยู่ภายใต้เอนทิตีใด และมีหน่วยงานใดกำกับดูแลอย่างชัดเจน
  • ทดลองฝากและถอนจำนวนเล็กน้อยให้ครบรอบก่อนใช้งานจริง

เว็บไซต์ทางการและลิงก์เปิดบัญชี: รอยืนยัน

จะแสดงเฉพาะลิงก์ที่ตรวจสอบกับเว็บไซต์ของโบรกเกอร์แล้วเท่านั้น

Exness logo

Exness

จุดเด่นอยู่ที่การแยกต้นทุนให้เห็นชัด

กลับไปตารางเปรียบเทียบ

ภาพรวมแบรนด์

Exness วางตำแหน่งบัญชีไว้หลายแบบ ตั้งแต่บัญชีที่รวมต้นทุนไว้ในสเปรด ไปจนถึงบัญชี Raw Spread ที่คิดค่าคอมมิชชันแยกเป็นรายล็อต จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเห็นโครงสร้างต้นทุนชัด ๆ แล้วคำนวณเองว่าคุ้มกับสไตล์การเทรดของตนหรือไม่

จุดที่คนมักข้ามคือเงื่อนไขการถอนขั้นต่ำ ช่องทางที่ใช้ได้จริงในประเทศของคุณ และสกุลเงินของบัญชี ซึ่งมีผลกับค่าคอนเวอร์ชันตอนฝากและถอน ทางที่ดีคือทดลองฝากจำนวนเล็กน้อยแล้วถอนออกให้ครบรอบก่อนใช้งานจริง

นิติบุคคลและหน่วยงานกำกับดูแล

รอยืนยัน

รอยืนยัน — ตรวจชื่อนิติบุคคลที่ระบุในสัญญาเปิดบัญชี ประเทศที่จดทะเบียน และเลขใบอนุญาตจากหน้าด้านล่างของเว็บไซต์ทางการ ก่อนนำไปค้นในทะเบียนของหน่วยงานกำกับดูแล

  • นิติบุคคลที่ให้บริการลูกค้าในประเทศของคุณ
  • ประเทศที่จดทะเบียนและหน่วยงานกำกับดูแล
  • เลขใบอนุญาตและขอบเขตผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต
  • ช่องทางติดต่อทางการเมื่อเกิดข้อพิพาท

ประเภทบัญชี

รอยืนยัน
บัญชี Standard เหมาะกับการดูต้นทุนรวมในสเปรดเพียงตัวเดียว ส่วนบัญชี Raw Spread แยกค่าคอมมิชชันต่อล็อตออกมา ตัวเลขที่ควรเทียบคือสเปรดเฉลี่ย ค่าคอมมิชชันไป-กลับ และเงินฝากขั้นต่ำของแต่ละบัญชี ซึ่งต้องอ่านจากหน้าสเปกบัญชีจริง — รอยืนยัน

แพลตฟอร์มการเทรด

รอยืนยัน
MT4, MT5 และเทอร์มินัลของ Exness เอง — รอยืนยันความต่างของแต่ละแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะเครื่องมือคำนวณความเสี่ยงและคำสั่งที่ใช้ประจำ

สเปรด ค่าคอมมิชชัน และค่าธรรมเนียม

รอยืนยัน
บัญชี Raw Spread มีค่าคอมมิชชันต่อล็อตที่ชัดเจน ทำให้คำนวณต้นทุนต่อไม้ได้ง่ายกว่า แต่ต้องบวกสเปรดเข้าไปด้วยทุกครั้ง ไม่ใช่ดูแค่ค่าคอมมิชชัน และอย่าลืมค่าถือสถานะข้ามคืนหากถือข้ามวัน — รอยืนยันตัวเลขจากหน้าสเปกบัญชี

การฝากและถอนเงิน

รอยืนยัน
มีช่องทางฝากถอนหลายรูปแบบและมักประมวลผลอัตโนมัติ แต่เวลาจริงขึ้นกับช่องทางและธนาคารต้นทาง — รอยืนยันค่าธรรมเนียม ยอดถอนขั้นต่ำ และสกุลเงินที่รองรับในบัญชีของคุณ

เงื่อนไขที่ควรระวัง

  • บัญชี Raw Spread ต้องบวกค่าคอมมิชชันเข้าไปในการคำนวณต้นทุนทุกไม้
  • ตรวจสกุลเงินของบัญชี เพราะมีผลกับค่าคอนเวอร์ชันตอนฝากและถอน
  • เลเวอเรจที่ปรับได้สูงทำให้ขาดทุนเร็วขึ้นเมื่อทิศทางผิด ควรกำหนดความเสี่ยงต่อไม้ให้ชัด

เว็บไซต์ทางการและลิงก์เปิดบัญชี: รอยืนยัน

จะแสดงเฉพาะลิงก์ที่ตรวจสอบกับเว็บไซต์ของโบรกเกอร์แล้วเท่านั้น

FxPro logo

FxPro

เน้นการเลือกเครื่องมือเทรดให้ตรงสไตล์

กลับไปตารางเปรียบเทียบ

ภาพรวมแบรนด์

FxPro ให้ความสำคัญกับเครื่องมือเทรดหลายรูปแบบ ทั้ง MT4, MT5 และแพลตฟอร์มของตัวเอง เหมาะกับคนที่อยากลองเทียบหน้าจอก่อนตัดสินใจว่าจะใช้ตัวไหนเป็นหลัก ไม่ได้เลือกจากโปรโมชันเพียงอย่างเดียว

ข้อควรระวังคือค่าธรรมเนียมบางประเภท เช่น ค่าถือสถานะข้ามคืนหรือค่าฝากถอน อาจไม่ได้อยู่ในหน้าแรกของเว็บไซต์ ต้องเข้าไปดูในส่วนเงื่อนไขการเทรดและตารางค่าธรรมเนียมก่อนทุกครั้ง

นิติบุคคลและหน่วยงานกำกับดูแล

รอยืนยัน

รอยืนยัน — FxPro ให้บริการผ่านหลายนิติบุคคลในแต่ละภูมิภาค ต้องตรวจว่าบัญชีของคุณจะเปิดกับนิติบุคคลใด มีเลขใบอนุญาตอะไร และอยู่ภายใต้หน่วยงานกำกับดูแลใดจากหน้าด้านล่างของเว็บไซต์ทางการ

  • นิติบุคคลที่ให้บริการในประเทศของคุณ
  • เลขใบอนุญาตและหน่วยงานกำกับดูแล
  • ขอบเขตผลิตภัณฑ์ที่นิติบุคคลนั้นได้รับอนุญาต
  • ที่อยู่จดทะเบียนและช่องทางติดต่อทางการ

ประเภทบัญชี

รอยืนยัน
FxPro แยกบัญชีตามรูปแบบต้นทุนเช่นกัน ความต่างหลักอยู่ที่คุณจ่ายผ่านสเปรดหรือจ่ายเป็นค่าคอมมิชชันแยก และมีเงื่อนไขเงินฝากขั้นต่ำต่างกันในแต่ละบัญชี — รอยืนยันตัวเลขทั้งหมดจากหน้าสเปกบัญชีก่อนเปิดบัญชี

แพลตฟอร์มการเทรด

รอยืนยัน
MT4, MT5 และแพลตฟอร์มของ FxPro — รอยืนยันจำนวนเครื่องมือและตลาดที่เปิดให้เทรดในบัญชีของคุณ เพราะแต่ละแพลตฟอร์มอาจมีชุดคำสั่งและตัวชี้วัดไม่เท่ากัน

สเปรด ค่าคอมมิชชัน และค่าธรรมเนียม

รอยืนยัน
นอกจากสเปรดและค่าคอมมิชชัน ให้ดูค่าถือสถานะข้ามคืนและค่าที่อาจเกิดกับช่องทางฝากถอนที่คุณใช้จริง ต้นทุนเล็ก ๆ เหล่านี้สะสมได้มากกว่าที่คิดเมื่อเทรดบ่อย — รอยืนยันตัวเลขทั้งหมด

การฝากและถอนเงิน

รอยืนยัน
ใช้บัตรและกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ควรตรวจว่าช่องทางที่คุณใช้รองรับการถอนกลับไปยังแหล่งเดิมหรือไม่ และมีค่าธรรมเนียมหรือระยะเวลารอเท่าไร — รอยืนยันรายละเอียดกับเว็บไซต์ทางการ

เงื่อนไขที่ควรระวัง

  • ค่าธรรมเนียมบางรายการไม่ได้อยู่หน้าแรก ต้องเปิดหน้าตารางค่าธรรมเนียมทุกครั้ง
  • ตรวจเลขใบอนุญาตของนิติบุคคลที่คุณจะเปิดบัญชีจริง ไม่ใช่ของภูมิภาคอื่น
  • แพลตฟอร์มที่ต่างกันอาจมีเครื่องมือไม่เท่ากัน ควรเลือกให้ตรงกับวิธีเทรดที่ใช้

เว็บไซต์ทางการและลิงก์เปิดบัญชี: รอยืนยัน

จะแสดงเฉพาะลิงก์ที่ตรวจสอบกับเว็บไซต์ของโบรกเกอร์แล้วเท่านั้น

บทความแนะนำวันนี้สลับชุดบทความทุกวัน