ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ศูนย์การเรียนรู้แพลตฟอร์มเทรด

คู่มือ MT4 และ MT5สำหรับมือใหม่

เรียนรู้วิธีใช้งาน MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 ตั้งแต่การติดตั้ง การใช้งานกราฟ อินดิเคเตอร์ ไปจนถึงการจัดการคำสั่งซื้อขาย พร้อมคู่มือสำหรับผู้เริ่มต้น

20 บทความ MT4
17 บทความ MT5
เนื้อหาภาษาไทยทั้งหมด
MT5MetaTrader 5
ภาพประกอบหน้าจอ MetaTrader 5 แบบหลายแผงกราฟ สำหรับการเรียนรู้การใช้งาน MT5
MT4MetaTrader 4
ภาพประกอบหน้าจอ MetaTrader 4 พร้อมกราฟแท่งเทียน สำหรับการเรียนรู้การใช้งาน MT4
ภาพประกอบหน้าจอเพื่อการเรียนรู้
เลือกแพลตฟอร์ม

เลือกแพลตฟอร์มที่คุณต้องการเรียนรู้

ทั้งสองแพลตฟอร์มอยู่ในหน้านี้ทั้งหมด เลือกฝั่งที่ตรงกับโบรกเกอร์ของคุณ แล้วไปยังคู่มือของแพลตฟอร์มนั้นได้ทันที

เนื้อหาแยกกัน ไม่ปนกันระหว่างสองแพลตฟอร์ม

ภาพประกอบหน้าจอ MT4 สำหรับการเรียนรู้วิธีใช้ MetaTrader 4MT4ภาพประกอบหน้าจอ MT4

MetaTrader 4

20 บทความ

เรียนรู้การใช้งาน MT4 ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงการจัดการกราฟและคำสั่งซื้อขาย

  • การใช้งานพื้นฐาน
  • กราฟ
  • อินดิเคเตอร์
  • คำสั่งซื้อขาย
ดูคู่มือ MT4
ภาพประกอบหน้าจอ MT5 สำหรับการเรียนรู้วิธีใช้ MetaTrader 5MT5ภาพประกอบหน้าจอ MT5

MetaTrader 5

17 บทความ

ทำความเข้าใจ MT5 พร้อมเรียนรู้เครื่องมือกราฟ อินดิเคเตอร์ และการจัดการคำสั่งซื้อขาย

  • การใช้งานพื้นฐาน
  • กราฟ
  • เครื่องมือ
  • คำสั่งซื้อขาย
ดูคู่มือ MT5
MT4 · 20 บทความ

คู่มือการใช้งาน MT4

เรียนรู้วิธีใช้ MT4 ทีละขั้นตอน ตั้งแต่การเริ่มต้นใช้งานไปจนถึงการจัดการกราฟและคำสั่งซื้อขาย

กลับไปเลือกแพลตฟอร์ม

เริ่มต้นใช้งาน MT4

5 บทความในหมวดนี้

01

การใช้งานกราฟ MT4

5 บทความในหมวดนี้

02

อินดิเคเตอร์ MT4

3 บทความในหมวดนี้

03

คำสั่งซื้อขาย MT4

4 บทความในหมวดนี้

04

แก้ไขปัญหา MT4

3 บทความในหมวดนี้

05
MT5 · 17 บทความ

คู่มือการใช้งาน MT5

เรียนรู้การใช้งาน MT5 ตั้งแต่การติดตั้ง การจัดการกราฟ การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ ไปจนถึงการจัดการคำสั่งซื้อขาย

กลับไปเลือกแพลตฟอร์ม

21 กรอบเวลา

ละเอียดกว่า MT4 ถึง 12 กรอบ

38 อินดิเคเตอร์

มีเครื่องมือวิเคราะห์ในตัวมากกว่า

8 ประเภทคำสั่ง

เพิ่มคำสั่ง Stop Limit ไว้รอราคา

เริ่มต้นใช้งาน MT5

4 บทความในหมวดนี้

01

การจัดการกราฟ MT5

4 บทความในหมวดนี้

02

อินดิเคเตอร์และเครื่องมือ MT5

3 บทความในหมวดนี้

03

คำสั่งซื้อขาย MT5

3 บทความในหมวดนี้

04

แก้ไขปัญหา MT5

3 บทความในหมวดนี้

05
เปรียบเทียบแพลตฟอร์ม

MT4 และ MT5 แตกต่างกันอย่างไร

ทำความเข้าใจความแตกต่างของแพลตฟอร์มทั้งสอง เพื่อเลือกศึกษาเครื่องมือที่เหมาะกับความต้องการของคุณ

แพลตฟอร์มและการใช้งาน

MT4

หน้าจอเรียบง่าย น้ำหนักเบา เปิดได้ลื่นแม้บนเครื่องสเปกทั่วไป และมีเมนูไม่เยอะจนมือใหม่สับสน

MT5

หน้าจอใกล้เคียง MT4 แต่มีแผงเครื่องมือเพิ่มขึ้น ต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับเมนูมากกว่าเล็กน้อย

เครื่องมือวิเคราะห์กราฟ

MT4

มีกรอบเวลา 9 แบบ และเครื่องมือวาดเส้นพื้นฐานครบสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มและแนวรับแนวต้าน

MT5

มีกรอบเวลาละเอียดถึง 21 แบบ พร้อมเครื่องมือวาดเพิ่มเติม และมีปฏิทินเศรษฐกิจในแพลตฟอร์ม

อินดิเคเตอร์และเครื่องมือเสริม

MT4

มีอินดิเคเตอร์ในตัวราว 30 ตัว ซึ่งเพียงพอต่อการเทรด Forex ด้วยวิธีพื้นฐานทั่วไป

MT5

มีอินดิเคเตอร์ในตัวราว 38 ตัว และรองรับเครื่องมือทดสอบกลยุทธ์ที่ละเอียดกว่า

ประเภทคำสั่งซื้อขาย

MT4

มีคำสั่ง Market 2 แบบ และคำสั่ง Pending 4 แบบ รวมเป็น 6 แบบ

MT5

มีคำสั่ง Market 2 แบบ และคำสั่ง Pending 6 แบบ (เพิ่ม Buy Stop Limit และ Sell Stop Limit) รวมเป็น 8 แบบ

การใช้งานสำหรับผู้เริ่มต้น

MT4

คู่มือและคลิปสอนภาษาไทยมีมากกว่า และเพียงพอสำหรับการเทรด Forex ทั่วไป

MT5

เรียนรู้ได้ไม่ยากหากเข้าใจ MT4 มาก่อน แต่เนื้อหาสอนภาษาไทยยังน้อยกว่า

รายละเอียดอาจแตกต่างตามเวอร์ชันของแพลตฟอร์มและสิ่งที่โบรกเกอร์เปิดให้ใช้งาน ไม่มีแพลตฟอร์มใดดีกว่ากันในทุกด้าน ควรเลือกจากสินทรัพย์ที่คุณจะเทรดและเครื่องมือที่โบรกเกอร์รองรับเป็นหลัก

ลงมือทำตาม

เรียนรู้การใช้งานแพลตฟอร์มทีละขั้นตอน

สองเครื่องมือที่ใช้บ่อยที่สุดในการเตรียมกราฟก่อนตัดสินใจ เริ่มจากเวอร์ชันที่คุณใช้อยู่ แล้วทำตามทีละขั้นบนบัญชีทดลอง

MT4เส้นแนวโน้ม
ภาพประกอบขั้นตอนวาดเส้นแนวโน้ม ของ MT4 ประกอบบทความ วิธีเพิ่มเส้นแนวโน้มใน MT4
ภาพประกอบขั้นตอนวาดเส้นแนวโน้ม

ขั้นตอนสั้น ๆ บน MT4

วิธีเพิ่มเส้นแนวโน้มใน MT4

วาดเส้นแนวโน้มจากจุดสูงหรือจุดต่ำสำคัญ แล้วปรับให้เห็นทิศทางราคาได้ชัดขึ้นในไม่กี่คลิก

  1. 1เลือกเครื่องมือ Trendline จากแถบเครื่องมือหรือเมนู Insert > Objects
  2. 2คลิกจุดเริ่มต้นแล้วลากไปยังจุดสิ้นสุดของแนวโน้ม
  3. 3ดับเบิลคลิกที่เส้นเพื่อปรับสีและความหนาให้อ่านง่าย

ลองทำตามบนบัญชีทดลองก่อน เพื่อให้คุ้นมือโดยไม่ต้องใช้เงินจริง

MT5ข้อความบนกราฟ
ภาพประกอบขั้นตอนเพิ่มข้อความ ของ MT5 ประกอบบทความ วิธีเพิ่มข้อความลงในกราฟ MT5
ภาพประกอบขั้นตอนเพิ่มข้อความ

ขั้นตอนสั้น ๆ บน MT5

วิธีเพิ่มข้อความลงในกราฟ MT5

จดเหตุผลการเข้าและระดับราคาสำคัญไว้บนกราฟ เพื่อไม่ต้องเดาซ้ำทุกครั้งที่กลับมาดู

  1. 1ไปที่ Insert > Text หรือกดปุ่มตัวอักษร A บนแถบเครื่องมือ
  2. 2คลิกตำแหน่งที่ต้องการ แล้วพิมพ์ข้อความสั้น ๆ ลงไป
  3. 3ดับเบิลคลิกข้อความเพื่อแก้ไข หรือลากย้ายตำแหน่งได้ตลอดเวลา

ลองทำตามบนบัญชีทดลองก่อน เพื่อให้คุ้นมือโดยไม่ต้องใช้เงินจริง

เส้นทางการเรียนรู้

เริ่มจากติดตั้งไปจนถึงออเดอร์แรก

สี่ขั้นตอนที่ควรทำตามลำดับ ตั้งแต่ติดตั้งโปรแกรม ไปจนถึงเปิดคำสั่งซื้อขายบนบัญชีทดลอง เลือกแพลตฟอร์มที่คุณใช้อยู่ด้านขวา

  1. ขั้นที่ 1 · MetaTrader 4

    ติดตั้งและเข้าสู่ระบบ

    เริ่มจากให้โปรแกรมเปิดใช้งานได้จริงก่อน แล้วค่อยไปดูส่วนอื่น

    • ดาวน์โหลดตัวติดตั้งจากเว็บไซต์โบรกเกอร์ที่คุณใช้งาน
    • ติดตั้งเสร็จแล้วเปิดบัญชีทดลองเพื่อฝึกโดยไม่ใช้เงินจริง
    • ล็อกอินด้วยเลขบัญชี รหัสผ่าน และชื่อเซิร์ฟเวอร์ที่ได้รับ
  2. ขั้นที่ 2 · MetaTrader 4

    ทำความรู้จักหน้าจอและกราฟ

    รู้ว่าข้อมูลคู่เงินอยู่ตรงไหน และปรับกราฟให้อ่านง่าย

    • ทำความคุ้นเคยกับหน้าต่าง Market Watch และ Navigator
    • เปิดกราฟคู่เงินที่ต้องการ แล้วเลือกกรอบเวลาจาก 9 แบบ
    • ฝึกซูม เลื่อนกราฟ และเปลี่ยนรูปแบบแท่งเทียน
  3. ขั้นที่ 3 · MetaTrader 4

    เพิ่มอินดิเคเตอร์และเครื่องมือวาด

    เริ่มจากอินดิเคเตอร์พื้นฐานไม่กี่ตัว ไม่ต้องใส่ให้เต็มจอ

    • เพิ่มอินดิเคเตอร์จากเมนู Insert > Indicators
    • ปรับค่าพารามิเตอร์ให้เหมาะกับคู่เงินที่กำลังดู
    • วาดเส้นแนวโน้มและแนวรับแนวต้านด้วยเครื่องมือบนแถบด้านบน
  4. ขั้นที่ 4 · MetaTrader 4

    เปิดคำสั่งซื้อขายและจัดการความเสี่ยง

    ขั้นสุดท้ายคือเปิดออเดอร์ให้เป็น และปิดให้เป็นระบบ

    • ฝึกเปิดออเดอร์ด้วยคำสั่ง Market บนบัญชีทดลอง
    • ตั้ง Stop Loss และ Take Profit ก่อนกดยืนยันทุกครั้ง
    • ตรวจประวัติการซื้อขายเพื่อทบทวนผลลัพธ์ของตัวเอง

ลำดับนี้ใช้ได้กับทั้งสองแพลตฟอร์ม ต่างกันแค่ตำแหน่งเมนูและจำนวนเครื่องมือ หลังทำครบสี่ขั้นแล้ว ค่อยกลับไปดูรายละเอียดแต่ละหัวข้อในคู่มือด้านบน

มือใหม่ควรรู้

6 เรื่องที่มือใหม่มักสะดุดก่อนเริ่มใช้ MT4 และ MT5

ไม่ได้อยู่ในเมนูไหนของแพลตฟอร์ม แต่เป็นเรื่องที่เจอแน่ ๆ ในสัปดาห์แรก รู้ไว้ก่อนจะเสียเวลาไล่หาสาเหตุ

01

บัญชีทดลองกับบัญชีจริงต่างกันอย่างไร

  • บัญชีทดลองใช้เงินสมมติ ฝึกได้เต็มที่โดยไม่เสี่ยงเงินจริง
  • ราคาใกล้เคียงบัญชีจริง แต่คำสั่งอาจไม่ได้ส่งเข้าตลาดจริง
  • บัญชีทดลองบางแห่งหมดอายุหากไม่ใช้งานนาน ต้องเปิดใหม่
02

เวลาแพลตฟอร์มไม่ตรงกับเวลาไทย

  • แพลตฟอร์มมักใช้เวลาเซิร์ฟเวอร์ GMT+2 หรือ GMT+3 ไม่ใช่ GMT+7
  • แท่งเทียนจึงเริ่มและจบไม่ตรงกับนาฬิกาที่คุณใช้อยู่
  • ให้ยึดเวลาที่มุมล่างของหน้าจอแพลตฟอร์มเป็นหลัก
03

Lot, Margin และ Free Margin คืออะไร

  • Lot คือขนาดสัญญาของออเดอร์ ไม่ใช่จำนวนเงินที่คุณจะเสีย
  • Margin คือเงินที่ถูกกันไว้เป็นหลักประกันตอนเปิดออเดอร์
  • Free Margin คือเงินที่ยังเหลือไว้เปิดออเดอร์เพิ่มได้
04

หาคู่เงินที่ต้องการไม่เจอ

  • Market Watch แสดงเพียงไม่กี่คู่ตั้งแต่เปิดโปรแกรมครั้งแรก
  • คลิกขวาในหน้าต่างนั้นแล้วเลือก Show All เพื่อแสดงทั้งหมด
  • บางโบรกเกอร์มีตัวอักษรต่อท้ายชื่อคู่เงิน เช่น EURUSD.a
05

MT4 และ MT5 บนมือถือ

  • ดาวน์โหลดแอปชื่อ MetaTrader 4 หรือ MetaTrader 5 จาก App Store หรือ Google Play
  • ใช้เลขบัญชีและเซิร์ฟเวอร์ชุดเดียวกับที่ล็อกอินบนคอมได้
  • หน้าจอเล็กกว่า จึงเหมาะดูสถานะมากกว่าวิเคราะห์และตั้งค่า
06

ความปลอดภัยของบัญชีและการดาวน์โหลด

  • ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์โบรกเกอร์หรือเว็บทางการของ MetaQuotes เท่านั้น
  • ไม่แชร์รหัสผ่านให้ผู้อื่น รวมถึงคนที่อ้างว่าช่วยเทรดให้
  • ระวังไฟล์ EA หรืออินดิเคเตอร์ที่ขอรหัสผ่านบัญชีของคุณ

รายละเอียดบางอย่าง เช่น เวลาเซิร์ฟเวอร์ จำนวนหลักของ Lot และส่วนต่อท้ายชื่อคู่เงิน อาจแตกต่างกันตามโบรกเกอร์ที่คุณใช้ ถ้าเจอค่าที่ไม่ตรงกับที่อ่าน ให้ยึดข้อมูลจากโบรกเกอร์เป็นหลัก

ทั้ง 6 เรื่องนี้มีคำตอบแบบละเอียดอยู่ในหัวข้อคำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ MT4 และ MT5

รวมข้อสงสัยตอนติดตั้งและเปิดกราฟครั้งแรก ไปจนถึงเรื่องที่มือใหม่มักสะดุด เช่น เวลาแพลตฟอร์มที่ไม่ตรงกับไทย ขนาด Lot และการติดตั้งบนมือถือ

หกข้อสุดท้ายคือเรื่องที่มือใหม่มักสะดุดก่อนเริ่มใช้จริง ถ้าต้องการภาพรวมแบบเร็ว ๆ ดูสรุปได้ที่หัวข้อ มือใหม่ควรรู้ ด้านบน

ความต่างหลักอยู่ที่จำนวนกรอบเวลา จำนวนอินดิเคเตอร์ ประเภทคำสั่งซื้อขาย และสินทรัพย์ที่รองรับ โดย MT5 มีกรอบเวลาละเอียดกว่า มีคำสั่ง Pending มากกว่า และรองรับสินทรัพย์หลากหลายกว่า ส่วนหลักการดูกราฟและเปิดออเดอร์เหมือนกัน

ถ้านับเป็นตัวเลข MT4 มีกรอบเวลา 9 แบบ อินดิเคเตอร์ในตัวราว 30 ตัว และคำสั่งรวม 6 แบบ ขณะที่ MT5 มี 21 แบบ 38 ตัว และ 8 แบบตามลำดับ MT5 ยังมีปฏิทินเศรษฐกิจและเครื่องมือทดสอบกลยุทธ์อยู่ในตัว ซึ่งมีประโยชน์หากต้องการทดสอบระบบก่อนใช้เงินจริง แต่ถ้าเป้าหมายคือเทรด Forex ด้วยวิธีพื้นฐาน MT4 ก็ยังเพียงพอและเบากว่า

เริ่มจากแพลตฟอร์มที่โบรกเกอร์ของคุณรองรับเต็มรูปแบบจะง่ายที่สุด หากโบรกเกอร์ให้ MT4 มา ให้เริ่มที่ MT4 ก่อนเพราะคู่มือภาษาไทยมีมากกว่า และหลักการที่ได้ใช้ต่อกับ MT5 ได้ทันที

ถ้าโบรกเกอร์รองรับทั้งสองแพลตฟอร์มพร้อมกัน ให้เลือก MT4 ก่อนเพราะเมนูน้อยกว่าและหาคู่มือภาษาไทยได้ง่าย จากนั้นใช้เวลาราว 1-2 สัปดาห์ทำความคุ้นเคยกับหน้าจอ แล้วค่อยย้ายไป MT5 คำสั่งและวิธีตั้ง Stop Loss / Take Profit เหมือนกัน จึงไม่ต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด

ทั้งสองแพลตฟอร์มเปลี่ยนกรอบเวลาได้จากปุ่มบนแถบเครื่องมือ หรือเมนู Charts > Timeframe โดย MT4 มี 9 กรอบเวลา และ MT5 มี 21 กรอบเวลา

ความต่างที่เห็นชัดคือ MT5 เพิ่มกรอบอย่าง M2 M3 M10 และ M20 ข้ามมา ซึ่งมีประโยชน์เมื่อต้องการดูการเคลื่อนไหวสั้น ๆ ที่กรอบ 1 นาทีหรือ 5 นาทีจับไม่ทัน ถ้าดูกราฟ H1 แล้วอยากเห็นภาพรวมใหญ่ขึ้น ให้กดปุ่ม timeframe ด้านบนกราฟเลือก H4 หรือ D1 ได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดหน้าต่างใหม่

สาเหตุที่พบบ่อยคือการเชื่อมต่อหลุดหรือยังไม่ได้ล็อกอินเข้าเซิร์ฟเวอร์ ให้ตรวจสถานะมุมขวาล่างแล้วล็อกอินใหม่ หากเชื่อมต่อปกติแต่กราฟว่าง ให้ตรวจว่าสินทรัพย์นั้นยังเปิดให้เทรดอยู่ในขณะนั้น

อีกสองจุดที่ควรเช็กคือ Market Watch มีคู่เงินนั้นแสดงอยู่หรือไม่ และเซิร์ฟเวอร์ที่ล็อกอินตรงกับบัญชีหรือเปล่า เพราะบางครั้งการล็อกอินค้างไว้จากรอบก่อนทำให้เห็นกราฟว่างโดยไม่แจ้งเตือน นอกจากนี้กราฟที่เปิดค้างไว้ช่วงสุดสัปดาห์จะกลับมาแสดงอีกครั้งเมื่อตลาดเปิดในวันจันทร์

เพิ่มได้จากเมนู Insert > Indicators หรือลากอินดิเคเตอร์จาก Navigator ลงบนกราฟ หลังจากนั้นปรับค่าได้ด้วยการดับเบิลคลิกที่เส้นหรือกด Ctrl+I แล้วเลือก Edit

ไม่ควรใส่เกิน 2-3 ตัวต่อกราฟ เพราะอินดิเคเตอร์ที่วัดเรื่องเดียวกันหลายตัวจะให้สัญญาณขัดกันเองจนตัดสินใจไม่ได้ ถ้าเพิ่งเริ่มต้น ลอง Moving Average 1 ตัวคู่กับ RSI 1 ตัวก็เพียงพอ แล้วจดบันทึกว่าค่าที่ตั้งไว้ให้ผลอย่างไรก่อนปรับรอบถัดไป

กรอกทั้งสองช่องในหน้าต่าง New Order ก่อนกดยืนยันคำสั่ง โดยใส่เป็นระดับราคา ไม่ใช่จำนวนเงิน และต้องห่างจากราคาปัจจุบันเกินระยะขั้นต่ำที่ระบบกำหนด

จุดที่มือใหม่พลาดบ่อยคือกำหนด Stop Loss เป็นจำนวนเงินที่ยอมเสีย แล้วไม่คำนวณกลับเป็นระยะ Pip ทำให้ Lot ใหญ่เกินจริง สูตรที่ใช้ได้คือ เงินที่ยอมเสีย หารด้วย (ระยะ Stop Loss เป็น Pip คูณมูลค่าต่อ Pip) เช่น ยอมเสีย 20 ดอลลาร์ ระยะ 40 Pip บน EUR/USD จะได้ 0.05 lot

บัญชีทดลองใช้เงินสมมติ เปิดออเดอร์ได้เหมือนบัญชีจริงแต่ไม่มีความเสี่ยงเรื่องเงิน จึงควรใช้ฝึกทุกขั้นตอนก่อน โดยเฉพาะการตั้ง Stop Loss และการปิดออเดอร์ แต่ต้องเข้าใจว่าคำสั่งในบัญชีทดลองอาจไม่ได้ถูกส่งเข้าตลาดจริง และราคาที่ได้จึงไม่ใช่ราคาที่คุณจะได้รับจริงทั้งหมด อีกทั้งบัญชีทดลองของบางโบรกเกอร์จะหมดอายุหากไม่มีการเข้าใช้งานนานหลายสัปดาห์ เมื่อหมดอายุให้เปิดบัญชีทดลองใหม่ได้เลย

เพราะแพลตฟอร์มไม่ได้ใช้เวลาไทย แต่ใช้เวลาเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ซึ่งมักเป็น GMT+2 หรือ GMT+3 ขณะที่ประเทศไทยอยู่ที่ GMT+7 เวลาของแท่งเทียนจึงเริ่มและจบไม่ตรงกับนาฬิกาที่คุณใช้อยู่ ทางที่ดีคือดูเวลาที่มุมล่างของหน้าจอแพลตฟอร์มเป็นหลัก แล้วคำนวณส่วนต่างกับเวลาไทยครั้งเดียว จากนั้นจดไว้ใช้ตลอด เพราะเวลาเซิร์ฟเวอร์อาจเปลี่ยนตามช่วงปรับเวลาของต่างประเทศ

Lot คือขนาดสัญญาของออเดอร์ ไม่ใช่จำนวนเงินที่คุณจะเสียหากขาดทุน เช่น 1.00 lot ของ EURUSD มีขนาด 100,000 หน่วย จึงทำให้กำไรหรือขาดทุนต่อการเคลื่อนที่ของราคา 1 pip มากกว่าการเทรด 0.01 lot ถึงหนึ่งร้อยเท่า ส่วน Margin คือเงินที่ถูกกันไว้เป็นหลักประกันขณะที่ออเดอร์ยังเปิดอยู่ และ Free Margin คือเงินที่ยังเหลือและสามารถใช้เปิดออเดอร์เพิ่มได้ หาก Free Margin ใกล้ศูนย์ โบรกเกอร์อาจบังคับปิดออเดอร์เพื่อจำกัดความเสียหาย

หน้าต่าง Market Watch ตั้งแต่เปิดโปรแกรมครั้งแรกจะแสดงเพียงไม่กี่คู่เงิน ให้คลิกขวาในหน้าต่างนั้นแล้วเลือก Show All เพื่อแสดงคู่เงินทั้งหมดที่มี หรือเลือก Symbols เพื่อค้นหาชื่อคู่เงินที่ต้องการแล้วกด Show หากยังหาไม่เจอ ให้สังเกตว่าบางโบรกเกอร์เติมตัวอักษรต่อท้ายชื่อคู่เงิน เช่น EURUSD.a หรือ EURUSDm ซึ่งเป็นบัญชีประเภทเดียวกัน และควรตรวจว่าโบรกเกอร์นั้นเปิดให้เทรดคู่เงินนี้อยู่หรือไม่

ได้ทั้งสองแพลตฟอร์ม ให้ค้นหาแอปชื่อ MetaTrader 4 หรือ MetaTrader 5 ใน App Store หรือ Google Play แล้วติดตั้งจากผู้พัฒนา MetaQuotes เท่านั้น จากนั้นล็อกอินด้วยเลขบัญชี รหัสผ่าน และชื่อเซิร์ฟเวอร์ชุดเดียวกับที่ใช้บนคอมพิวเตอร์ ข้อมูลออเดอร์จะตรงกันโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตามหน้าจอมือถือเล็กกว่ามาก จึงเหมาะสำหรับติดตามสถานะและปิดออเดอร์มากกว่าการวิเคราะห์กราฟหรือตั้งค่าอินดิเคเตอร์ละเอียด

ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ของโบรกเกอร์ที่คุณเปิดบัญชี หรือเว็บไซต์ทางการของ MetaQuotes เท่านั้น หลีกเลี่ยงเว็บไซต์รับดาวน์โหลดทั่วไปที่มักพ่วงโปรแกรมอื่นมาด้วย ด้านความปลอดภัยของบัญชี ไม่ควรให้รหัสผ่านแก่ผู้ใดที่อ้างว่าช่วยเทรดให้ และระวังไฟล์ EA หรืออินดิเคเตอร์ที่ขอข้อมูลล็อกอิน เพราะสิ่งที่ควรได้รับคือไฟล์ .ex4 หรือ .ex5 ที่นำไปติดตั้งเองในแพลตฟอร์ม ไม่ใช่การส่งรหัสผ่านไปให้ผู้อื่น